Welcome to Jenta Clinic

FILLER

ฟิลเลอร์ (Filler) คืออะไร

ฟิลเลอร์คือสารเติมเต็มประเภทกรดไฮยาลูโรนิก (Hyaluronic Acid: HA) ซึ่งเป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในผิวหนังและเนื้อเยื่อของมนุษย์ ทำหน้าที่กักเก็บความชุ่มชื้นและคงความยืดหยุ่นของผิว การฉีดฟิลเลอร์จึงเป็นการเติมสาร HA สังเคราะห์เข้าสู่ชั้นผิว เพื่อทดแทนคอลลาเจนและไฮยาลูรอนที่ลดลงตามวัย ช่วยลดเลือนริ้วรอยและฟื้นฟูความเต่งตึงของผิวโดยไม่ต้องผ่าตัด

กลไกการออกฤทธิ์ของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ทำงานโดยจับตัวกับน้ำในชั้นผิวหนัง ทำให้บริเวณที่ยุบหรือเกิดร่องลึกมีความอิ่มฟูขึ้น ผิวแลดูเรียบเนียนและอ่อนเยาว์มากขึ้น พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสตินในระยะยาว

จุดที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

ทุกความงามเริ่มจากความมั่นใจในตัวเอง การปรับในจุดที่ไม่ชอบให้ดูดีขึ้น คือการเติมเต็มเสน่ห์และพลังบวกให้ผู้หญิงคนนั้นดูสดใส มี energy ในตัวเอง และพร้อมที่จะเปล่งประกายในแบบของตัวเอง จุดที่สามารถแก้ไขได้ด้วยฟิลเลอร์ ตัวอย่างเช่น

  • ใต้ตา : เพื่อลดร่องลึกและความหมองคล้ำ
  • คาง : เพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วน
  • ขมับ : เพื่อลดขมับตอบ ให้ใบหน้าดูสดชื่น ไม่โทรม ไม่เห็นส่วนของกระดูกใบหน้าชัด
  • หน้าผาก : เพื่อสร้างโครงหน้าที่ได้ดูละมุน และเสริมโหงวเฮ้ง
  • ริมฝีปาก : เพื่อเพิ่มวอลลุ่มและความชุ่มชื้น ปรับรูปปากให้เป็นทรงมากขึ้น
  • กรอบหน้า :เพื่อเพิ่มความคมชัดของแนวใบหน้า
  • ร่องแก้ม : เพื่อลดความหย่อนคล้อย และปรับรูปหน้าให้ดูเด็กล
  • แก้มตอบ : เพื่อเติมเต็มส่วนที่ตอบของใบหน้าที่ทำให้ดูอิดโรย และไม่สดชื่น
  • คอหรือหลังมือ : เพื่อฟื้นฟูผิวที่บางและแห้ง

ในการฉีดแต่ละจุดต้องใช้ฟิลเลอร์กี่ CC ?

ใบหน้าแต่ละคนมีปัญหาแตกต่างกันไป หมอจะประเมินรูปหน้าของคนไข้แต่ละคน วิเคราะห์ปัญหาในจุดต่างๆ ทั้งส่วนร่องลึก ส่วนใบหน้าที่ตอบ ส่วนใบหน้าที่ทรุด สภาพผิวหน้า ร่วมกับความต้องการของคนไข้เอง เพื่อแนะนำปริมาณฟิลเลอร์ที่ควรใช้อย่างเหมาะสม จะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และเป็นธรรมชาติ โดยถ้าเป็นส่วนที่มีร่องลึกหรือยุบตัวลงมากๆ เช่น ฉีดเสริมขมับ หน้าผาก ก็จะใช้ฟิลเลอร์มากกว่าจุดเล็ก ๆ อย่างใต้ตา หรือร่องแก้ม

หมายเหตุ: ผลจากการเข้ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย

ยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ผ่าน อย. ในประเทศไทย

ระยะเวลาการคงอยู่

ฟิลเลอร์สามารถอยู่ในร่างกายได้ 6 เดือนถึง 2 ปี ขึ้นอยู่กับยี่ห้อ ปริมาณ ตำแหน่งที่ฉีดและการดูแลหลังทำ โดยจะสลายไปเองโดยไม่เหลือสารตกค้าง

การเตรียมตัวก่อนฉีด

  • แจ้งแพทย์หากมีโรคประจำตัว แพ้ยา หรือกำลังตั้งครรภ์
  • งดยากลุ่มแอสไพริน NSAIDs วิตามินอี กระเทียม โสม หรือสมุนไพรที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น วิตามิน St. Johns Wort, ginko , primrose oil, garlic และ Vitamin E
  • หลีกเลี่ยงเลเซอร์หรือนวดหน้าก่อนทำอย่างน้อย 3 วัน
  • งดยาผลัดเซลล์ผิว การดึงหรือโกนขนบริเวณที่จะฉีดฟิลเลอร์

การดูแลหลังฉีดฟิลเลอร์

  • หลีกเลี่ยงการจับ บีบ นวด บริเวณที่ฉีด 48 ชม. แรก
  • งดซาวน่า ออกกำลังกายหนัก และสัมผัสความร้อนจัด 2–3 วัน
  • ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปและทำงานได้ดีขึ้น
  • งดแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง 3–7 วัน
  • หากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวด บวม แดง หรือซีด ควรรีบพบแพทย์
  1. หลีกเลี่ยงการแตะ แกะ เกา จับ บีบ และกดนวดในบริเวณที่ฉีด 48 ชม. แรก อาจมีอาการบวมแดงหรือเขียวช้ำเป็นปกติ จะค่อย ๆ ดีขึ้นใน 2-3 วัน 
  2. หลีกเลี่ยงความร้อนทุกชนิดและกิจกรรมที่ทำให้หน้าแดงอย่างน้อย 48 ชม. เช่น ซาวน่า ออกกำลังกายหนัก ตากแดด
  3. ให้งดเลเซอร์ร้อนที่ลงผิวชั้นลึกทุกชนิดอย่างน้อย 1 เดือน
  4. ดื่มน้ำมาก ๆ เพื่อให้ฟิลเลอร์คงรูปและทำงานได้ดีขึ้น
  5. งดแอลกอฮอล์ สูบบุหรี่ และอาหารหมักดอง 3–7 วัน เนื่องจากส่งผลต่อการอักเสบ บวมและทำให้ฟิลเลอร์เข้าที่ช้า

เหมาะกับใคร

• ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือผิวแห้ง
• ผู้ที่มีร่องแก้ม หน้าตอบ หรือหลุมสิว
• ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวระยะยาวโดยไม่ต้องทำบ่อย
• เหมาะตั้งแต่อายุ 25 ปีขึ้นไป เพื่อชะลอวัยและป้องกันผิวเสื่อม

ผลข้างเคียงและภาวะแทรกซ้อน

  • อาการทั่วไป: บวม แดง หรือรอยเข็ม ซึ่งมักหายภายใน 2–7 วัน
  • ภาวะแทรกซ้อนรุนแรง: ฟิลเลอร์อุดตันหลอดเลือด การติดเชื้อ หรือฟิลเลอร์เป็นก้อน ควรฉีดโดยแพทย์ที่เชี่ยวชาญเท่านั้น

การสลายฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์แท้ชนิด Hyaluronic Acid สามารถสลายได้โดยเอนไซม์ Hyaluronidase ซึ่งทำให้สลายหมด 100% อย่างปลอดภัยและสามารถฉีดใหม่ได้เมื่อจำเป็น

สรุป

ฟิลเลอร์เป็นหัตถการที่ช่วยเติมเต็มร่องลึก ฟื้นฟูความอ่อนเยาว์ของผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้สารเติมเต็มที่ผ่านมาตรฐาน อย. จะให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ ปลอดภัย และไม่ทิ้งสารตกค้างในร่างกาย

Reference:

Phuengrasamee P. Injectable dermal fillers: overview. Thammasat Med J. 2007;7(3):[Internet]. [cited 2025 Nov 3]. Available from: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tmj/article/view/21891

Clark NW, Pan DR, Barrett DM. Facial fillers: Relevant anatomy, injection techniques, and complications. World J Otorhinolaryngol Head Neck Surg. 2023 Aug 2;9(3):227-235. doi: 10.1002/wjo2.126. PMID: 37780674; PMCID: PMC10541169.

Hong G-W, Choi W, Yoon S-E, Wan J, Yi K-H. Anatomical-Based Filler Injection Diagnosis to Treatment Techniques: Infraorbital Groove and Hollowness. Life. 2025; 15(2):237. https://doi.org/10.3390/life15020237

Al-Ghanim K, Richards R, Cohen S. A practical guide to selecting facial fillers. J Cosmet Dermatol. 2023;22(12):3232-3236. doi:10.1111/jocd.15867.

Dayan SH, Hartman CL, Di Gregorio C, Avelar L, Haddad A, Andriopoulos B, Bromée T. Aesthetic improvement, facial harmony, and patient satisfaction after lower face treatment with a hyaluronic acid filler: a randomized post-marketing study to evaluate two different stepwise injection approaches [Internet]. J Clin Aesthet Dermatol. 2025 [cited 2025 Nov 3]. Available from: https://jcadonline.com/aesthetic-improvement-facial-harmony-and-patient-satisfaction/

U.S. Food and Drug Administration. Dermal Filler Do’s and Don’ts for Wrinkles, Lips and More [Internet]. Washington, DC: U.S. Food and Drug Administration; [cited 2025 Nov 3]. Available from: https://www.fda.gov/consumers/consumer-updates/dermal-filler-dos-and-donts-wrinkles-lips-and-more